แสดงกระทู้ - dsmol19

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - dsmol19

หน้า: [1] 2 3 ... 171
6


วันที่ 19 ก.ย. เพจ สมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า (ประเทศไทย) เผยแพร่บทความเรื่อง Evergrande เมื่อยักษ์อสังหาจีนล้ม โลกจะสะเทือนหรือไม่ โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ระบุว่า ...

ข่าวเกี่ยวกับบริษัทเอเวอร์แกรนด์กรุ้ป บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศจีนในด้านของยอดขายกำลังจะผิดนัดชำระหนี้และอาจจะต้องประกาศล้มละลายถ้าไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ทำให้เกิดการปั่นป่วนไปทั่วตลาดการเงินและตลาดหุ้นของจีน-และโลก เหตุผลก็เพราะว่านี่คือบริษัทที่ไม่ใช่สถาบันการเงินที่มีหนี้น่าจะ “มากที่สุดในโลก” บริษัทหนึ่ง โดยคาดว่าจะมีหนี้ถึง 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 10 ล้านล้านบาทไทย การล้มละลายจะทำให้บริษัทเจ้าหนี้ทั้งที่เป็นซับพลายเออร์และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันการเงินที่ปล่อยกู้จำนวนมากล้มไปด้วยหรือไม่ นอกจากนั้น ราคาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศจีนจะตกต่ำลงจนก่อให้เกิดปัญหาตามมามากน้อยแค่ไหน และสุดท้ายแล้วก็คือ จะเกิด “วิกฤติ” ทางการเงินและตลาดหุ้นอย่างที่เคยเกิดขึ้นในไทยเช่นกรณีต้มยำกุ้งในปี 2540 และในโลกอย่างในกรณีของซับไพร์มในสหรัฐปี 2551 หรือไม่ นี่เป็นสิ่งที่จะคุยกัน

ผมคิดว่าสถานการณ์การล้มละลายของเอเวอร์แกรนด์นั้นน่าจะมีความคล้ายคลึงกับเลย์แมนบราเธอร์ บริษัทการเงินที่เข้าไป “ปล่อยสินเชื่อ” ให้กับคนที่เข้าไปเล่น “เก็งกำไร” จากการซื้อขายบ้านผ่านตราสารการเงินที่เป็นหนี้ที่มีบ้านเป็นหลักประกัน โดยคนที่เข้าไปซื้อบ้านนั้นจำนวนมากไม่ได้มีฐานะหรือรายได้เพียงพอที่จะซื้อบ้าน แต่ซื้อเพราะมีสถาบันปล่อยกู้ให้ พวกเขาซื้อเพราะเห็นว่าบ้านมีราคาเพิ่มขึ้นเร็ว ถ้าผ่อนไม่ไหวก็สามารถขายต่อมีกำไร เลย์แมนบราเธอร์ก่อนที่จะล้มละลายมีการกู้เงินและสินทรัพย์ประมาณ 600,000 ล้านเหรียญหรือประมาณ 20 ล้านล้านบาทหรือคิดเป็น 2 เท่าของเอเวอร์แกรนด์ในวันนี้ แต่มีทุนเพียง 20,000 ล้านเหรียญ หรือมีหนี้เป็น 30 เท่าของทุน ดังนั้น ในทางเทคนิคแล้ว ถ้าราคาของอสังหาริมทรัพย์ลดลงแค่ 3-5% เงินทุนก็จะหายไปหมด ล้มละลายทันที และนั่นก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ของอเมริกา “แตก” นั่นคือคนไม่มีปัญญาผ่อนและต้องถูกบังคับขายอสังหาริมทรัพย์ทิ้งซึ่งทำให้ราคาลดลงและทำให้คนที่ยังผ่อนอยู่ก็ขายต่อเนื่องกันเป็นเป็นทอด ๆ

ในกรณีของเลย์แมนนั้น วิธีการ “ให้กู้” ที่กล่าวถึงนั้น ที่จริงเป็นเรื่องของการออกตราสารหนี้มาแทนเงินกู้คุณภาพต่ำเรียกว่า “ซับไพร์ม” ที่ซับซ้อนมากและมีการขายตราสารเหล่านั้นออกไปซึ่งก็มีสถาบันการเงินอื่นซื้อต่อและขายต่อไป ว่าที่จริงตราสารเหล่านั้นไม่ใช่ออกเฉพาะโดยเลย์แมนแต่มีสถาบันการเงินอื่นออกกันมากมายเป็นระบบ มันเป็นเครื่องมือการลงทุนที่แปลงจากการปล่อยกู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่เป็นบ้านอยู่อาศัยของคนทั่ว ๆ ไปมาเป็นตราสารทางการเงินที่เอาไปซื้อขายกันในตลาดคล้าย ๆ กับหุ้นหรือพันธบัตร ดังนั้น คนที่เกี่ยวข้องซึ่งส่วนใหญ่ก็คือสถาบันก็เจ๊งหรือขาดทุนมหาศาลไปด้วยเมื่อฟองสบู่อสังหา “แตก” ซึ่งคนที่ “จุดประกาย” ก็คือเลย์แมนบราเธอร์

ในกรณีวิกฤติปี 40 ของไทยเองนั้น ภาวะอสังหาริมทรัพย์ที่ร้อนแรงมากก่อนปี 2540 นั้น น่าจะเกิดจากการที่เศรษฐกิจไทยกำลังเติบโตสูงมาก คนรุ่นเบบี้บูมที่กำลังมั่งคั่งขึ้นอย่างรวดเร็วเริ่มแต่งงานและมีลูกเล็กจึงต้องการที่อยู่อาศัยที่เป็นของตนเองมากขึ้น คอนโดมีเนียมซึ่งเป็น “ของใหม่” ที่คนไทยไม่คุ้นเคยก็เกิดขึ้นในช่วงนั้น ดังนั้น อสังหาริมทรัพย์จึงบูมมาก มีการเปิดโครงการที่เปิดให้จองเพียงวันเดียวก็มีคนจองหมดและคนที่พลาดจะต้องไป “ซื้อใบจอง” ต่อจากคนที่อาจจะไปเข้าคิวรอ “ตั้งแต่ตีสี่” บริษัทอสังหาริมทรัพย์เกิดขึ้นมากมายและขยายงานอย่างรวดเร็วโดยอาศัยการกู้เงินจำนวนมากจากสถาบันการเงินโดยเฉพาะที่เป็นบริษัทเงินทุน และเงินที่กู้ในช่วงนั้นจำนวนมากก็เป็นเงินดอลลาร์สหรัฐที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินบาทมาก โดยที่ผู้กู้เองก็ไม่วิตกว่าค่าเงินบาทจะลดลงแล้วตนเองจะขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน เพราะแบ้งค์ชาติใช้อัตราแลกเปลี่ยนแบบ “คงที่”

อย่างไรก็ตาม เมื่อภาวะเศรษฐกิจของไทยชะลอตัวลงอย่างแรงอานิสงค์จากการส่งออกที่มีปัญหาไม่สามารถแข่งขันได้เพราะค่าเงินที่แข็งเกินไป ประกอบกับการการลงทุนที่ขาดประสิทธิภาพเพราะลงทุนมากเกินไปในสิ่งที่ไม่ก่อให้เกิดผลตอบแทนเพียงพอ ส่งผลให้ฐานะการเงินของประเทศมีปัญหา เกิดการขาดดุลการค้าและดุลการชำระเงินอย่างหนักจนเงินสำรองเงินตราต่างประเทศแทบจะหมด รัฐบาลจึงต้องยกเลิกการกำหนดค่าเงินคงที่และ “ลดค่าเงิน” ซึ่งส่งผลให้ธุรกิจโดยเฉพาะคนที่กู้เงินดอลลาร์มีปัญหาไม่สามารถชำระหนี้ที่เพิ่มขึ้นมหาศาลได้ และนั่นก็ส่งผลต่อถึงสถาบันการเงินผู้ปล่อยกู้ที่ต้อง “ล้ม” ตามไปด้วย ดังนั้น กรณีของวิกฤติปี 40 นั้น อสังหาริมทรัพย์เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดวิกฤติ ไมได้เป็นตัวหลักอย่างในกรณีของซับไพร์ม และในทั้งสองกรณีนั้น มีความเกี่ยวโยงไปถึงระบบสถาบันการเงินสูงมาก

วิกฤติเศรษฐกิจและตลาดหุ้นนั้น ถ้ามองย้อนไปในอดีต ส่วนใหญ่แล้วก็มักจะเกิดจากสถาบันการเงินซึ่งเป็นตัวเชื่อมโยงกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งระบบ ถ้าสถาบันการเงินถูกกระทบโดยเฉพาะจากการที่ลูกหนี้มีปัญหาซึ่งอาจจะทำให้สถาบันการเงินล้มละลาย ผู้ให้กู้หรือผู้ฝากเงินขาดความไว้วางใจก็จะถอนเงินออกทำให้สถาบันการเงินขาดสภาพคล่องและก็จะล้มละลายทันที และการล้มละลายของสถาบันการเงินแห่งหนึ่งมักจะทำให้เกิดปัญหาต่อสถาบันอีกแห่งหนึ่งด้วยเพราะสถาบันการเงินต่างก็มักจะมีรายการกู้ยืมระหว่างกันจำนวนมาก สถาบันการเงินที่ไม่มีปัญหาในช่วงแรกก็จะมีปัญหาตามมาเป็นลูกโซ่ และแน่นอนว่าถ้าสถาบันการเงินทั้งระบบมีปัญหา เศรษฐกิจทั้งระบบก็มีปัญหา ผลก็คือ เกิดความเสียหายทั้งระบบ กลายเป็นวิกฤติระดับชาติหรือบางครั้งนานาชาติ การขาด “สภาพคล่อง” ทางการเงินจึงเป็นเงื่อนไขที่สำคัญที่ก่อให้เกิดวิกฤติได้ง่าย

ในกรณีของเอเวอร์แกรนด์นั้น บริษัทอยู่ในอุตสาหกรรมพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของจีนซึ่งมีการเติบโตร้อนแรงมาต่อเนื่องยาวนานอานิสงค์จากการที่จีนมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่รวดเร็วมากที่ทำให้คนจีนมีรายได้มากขึ้นมากและต้องการซื้อบ้านหรืออสังหาริมทรัพย์ ไม่ใช่แค่อยู่อาศัย แต่ถือว่าเป็นการลงทุนด้วย ดังนั้น อุตสาหกรรมก่อสร้างที่อยู่อาศัยและอสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ จึงเป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่มากและมีสัดส่วนใน GDP สูงมากถึงประมาณ 10 สิบเปอร์เซ็นต์ และลูกหนี้เงินกู้ของธนาคารจำนวนมหาศาลก็เกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจนี้ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของราคาของอสังหาริมทรัพย์ก็ทำให้ราคาปรับตัวสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ จนถึงจุดที่อาจจะเป็น “ฟองสบู่” ในหลาย ๆ เมือง และนักวิเคราะห์บางคนก็มองว่ามีโอกาสที่ฟองสบู่อสังหาจีนอาจจะ “แตก” ได้ในวันหนึ่ง และถ้าฟองสบู่แตก ก็มีโอกาสที่เศรษฐกิจจีนอาจจะเกิด “วิกฤติ” อย่างที่เคยเกิดในหลายแห่งทั่วโลก

การผิดนัดชำระหนี้ของเอเวอร์แกรนด์ซึ่งเป็นบริษัทที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศและมีหนี้มหาศาลนั้น หลายคนคิดว่ามันอาจจะเป็นตัว “จุดประกาย” ให้เกิดวิกฤติตามมาถ้าไม่มีคนมาช่วยแก้ไขไม่ให้บริษัทล้มละลายซึ่งจะส่งผลต่อคนที่เกี่ยวข้องจำนวนมากรวมถึงสถาบันการเงินและนักลงทุนของบริษัท นาทีนี้ดูเหมือนว่าไม่น่าจะมีใครนอกจากรัฐบาลจีนที่จะสามารถเข้ามากู้หรือแก้ไขปัญหานี้ได้ ในส่วนตัวผมเองนั้น ผมคิดว่าสิ่งที่จะเป็นไปน่าจะออกในแนวทางดังต่อไปนี้

ข้อแรกก็คือ ผมคิดว่าเอเวอร์แกรนด์น่าจะ “ไม่รอด” เมื่อคำนึงถึงนโยบายของสีจิ้นผิงเมื่อเร็ว ๆ นี้ที่เปลี่ยนแปลงไปจากการที่เน้น “ทุนนิยม” และเอื้อต่อธุรกิจขนาดใหญ่มาเป็นการเน้นสร้างความเท่าเทียมให้กับประชาชน ดังนั้น ผมคิดว่ารัฐบาลจีนคงปล่อยให้เอเวอร์แกรนด์ล้มละลายและรัฐบาลก็จะดูแลแค่ลูกค้ารายย่อยที่ซื้อบ้านของบริษัท ส่วนเจ้าหนี้รายใหญ่โดยเฉพาะที่เป็นสถาบันการเงินและนักลงทุนในตลาดทุนก็จะต้องรับผิดชอบความเสียหายกันเอง

ข้อสองก็คือ ผมคิดว่าสถาบันการเงินส่วนใหญ่ที่เป็นเจ้าหนี้นั้น น่าจะมีจำนวนมากและไม่น่าจะมีรายไหนที่จะปล่อยกู้มากจนเสียหายหนักขนาดที่จะล้มได้อันเนื่องมาจากความเสียหายที่เกี่ยวข้องกับเอเวอร์แกรนด์รวมถึงซัพพลายเออร์ซึ่งก็น่าจะกระจายไปมากเช่นเดียวกัน ดังนั้น การล้มต่อเนื่องน่าจะมีน้อย

สุดท้ายก็คือ “ฟองสบู่” ของอสังหาริมทรัพย์จีนนั้น คงไม่แตกเพราะเอเวอร์แกรนด์เจ๊ง ผมคิดว่าอุตสาหกรรมอสังหาของจีนใหญ่กว่าขนาดของเอเวอร์แกรนด์มาก ราคาของอสังหาอาจจะปรับตัวลดลงบ้างเล็กน้อยเมื่อมีการ “ชำระบัญชี” คือการตัดขายสินทรัพย์ทั้งหมดอย่างรวดเร็วซึ่งแน่นอนว่าในราคาที่ลดลง แต่เนื่องจากสภาพคล่องทางการเงินของจีนซึ่งก็น่าจะคล้ายสถานการณ์ของโลกที่สูงมากในช่วงนี้ ก็น่าจะทำให้มีคนต้องการซื้ออสังหาที่ถูกเทขายออกมามาก ผลก็คือ คนที่ถือทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์อยู่อาจจะไม่ได้ขาดทุนรุนแรงและก่อให้เกิดปัญหาขึ้นทั้งระบบ ดังนั้น ข้อสรุปของผมก็คือ กรณีของเอเวอร์แกรนด์ไม่น่าจะก่อวิกฤติอะไรต่อเศรษฐกิจและตลาดทุนของจีนและของโลก

ขอบคุณข้อมูล เพจ สมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า (ประเทศไทย)

7


การแข่งขันเทนนิสชิงแชมป์โลก ประเภททีมชาย รายการ 'เดวิส คัพ บาย ราคูเท็น 2021' เวิลด์กรุ๊ป 2 รอบแรก ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติเดนมาร์ก ที่ซิดแบงก์ อารีน่า เมืองคอเลง ประเทศเดนมาร์ก เมื่อคืนวันที่ 18 ก.ย. เป็นวันสุดท้าย มีแข่งขันจำนวน 3 คู่ โดยผลวันแรก ไทยตามเดนมาร์ก 0-2 คู่

เริ่มด้วยประเภทคู่ 'จูเนียร์' วิชยา ตรงเจริญชัยกุล และ 'เน็ต' พลภูมิ โควาพิทักษ์เทศ พบ เฟรเดริก นีลเซ่น และ เบนจามิน ฮันเนสตาด โดย เฟรเดริก นีลเซ่น มีผลงานแชมป์ชายคู่วิมเบิลดัน ปี 2012 รวมถึงล่าสุดใน ยูเอส โอเพ่น 2021 เข้าถึงรอบ 32 คู่สุดท้าย และผลการแข่งขันปรากฏว่า คู่ไทยสุดต้านการประสานงานที่ดีของคู่เดนมาร์ก ทำให้ปราชัย 0-2 เซต 3-6, 1-6

ประเภทเดี่ยวชนมือ ระหว่างมือ 1 วิชยา พบ ออกุสต์ โฮล์มเกรน ปรากฏว่า วิชยา พยายามสู้เต็มที่ โดยแมทช์นี้เสิร์ฟเอซได้ถึง 8 ลูก แต่สุดท้ายก็สู้คู่แข่งขันที่เล่นได้แน่นอนไม่ไหว พ่ายไป 0-2 เซต 4-6, 4-6 และคู่สุดท้าย ระหว่างมือ 2 'บูม' กษิดิศ สำเร็จ พบ โยฮันเนส อินกิลด์เซ่น ปรากฏว่า กษิดิศ พยายามเล่นตามมาตรฐานของตัวเอง และเอาชนะได้ 2-0 เซต 7-5 และ 6-3 เก็บแต้มแรกให้ทีมไทยได้สำเร็จ

สรุป ทีมไทย แพ้ ทีมเดนมาร์ก 1-4 คู่ ต้องไปแข่งขันในรอบเพลย์ออฟ เวิลด์กรุ๊ป 2 เพื่อรักษาสถานภาพในการคงอยู่เวิลด์กรุ๊ป 2 ต่อไป ซึ่งจะจัดการแข่งขันในปีหน้า ขณะที่ เดนมาร์ก ผ่านเข้ารอบสองต่อไป

'กัปตันเบิ้ม' ดร.ธนากร ศรีชาพันธุ์ กัปตันทีมเดวิสคัพไทย กล่าวว่า ทีมไทยได้มีโอกาสเล่นในเวิลด์กรุ๊ป 2 ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงถ้าเทียบกับประเทศในแถบอาเซียน และทวีปเอเชีย เป็นการพบกันครั้งแรกจากประวัติเดวิสคัพของไทยกับเดนมาร์ก การเล่นในแต่ละแมทช์ โดยภาพรวมของนักกีฬาแต่ละคนเป็นที่น่าพอใจ ทุกคนทุ่มเท ตนเชื่อเรื่องนี้ เพราะว่าการที่ชนะไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่การที่นักกีฬาจะแสดงความสามารถเพื่อชาติและทีมมีความสำคัญมาก

'การที่ไทยแพ้ไปก่อน 3 แต้ม แต่สำหรับ 2 แต้มที่เหลือ ผมในฐานะกัปตันทีมได้ส่งผู้เล่นคนเดิมลงเล่นใน 2 แต้มสุดท้าย ซึ่งเป็นความตั้งใจ และเป็นประวัติในการเล่นกับเดนมาร์กครั้งแรก และเราก็ได้สกอร์ 1 แต้มจากแต้มสุดท้ายในแต้มที่ 5 ที่ กษิดิศ สำเร็จ ทำได้ ซึ่งเป็นชัยชนะครั้งแรกในเดวิสคัพของเขาด้วย ก็ถือว่าเป็นโอกาส เป็นประสบการณ์ และเป็นการเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเขาด้วย' ดร.ธนากร กล่าว

กัปตันทีมเดวิสคัพไทย กล่าวอีกว่า หลังจากนี้ทีมไทยต้องเตรียมความพร้อมในการไปเล่นในรอบเพลย์ออฟ เวิลด์ กรุ๊ป 2 ซึ่งจะจัดการแข่งขันในปีหน้า โดยจะมีการจัดสายการแข่งขันอีกครั้ง ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าจะพบทีมอะไร ต้องติดตามว่า สมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทยฯ จะมีนโยบายแนวทางในการเตรียมทีมเดวิสคัพไทยสำหรับการเล่นในปีหน้าต่อไปอย่างไร

'ต้องขอบคุณสมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทยฯ ที่ให้โอกาสผมมาทำหน้าที่กัปตันทีมเดวิสคัพครั้งนี้ เพื่อดูแลในฐานะผู้นำ ขอบคุณนักกีฬา ทีมงานทุกคนที่อยู่ด้วยกันมาหลายวัน ทำงานเป็นทีมจริงๆ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหนเราก็มีหน้าที่ที่จะทำเพื่อทีมให้ดีที่สุด' กัปตันทีมเดวิสคัพไทย กล่าว

คณะเจ้าหน้าที่และนักเทนนิสทีมชาติไทย พันเอก วัฒนา จันทร์ไพจิตต์ ผู้จัดการทีม, ดร.ธนากร ศรีชาพันธุ์ กัปตันทีม, พันตรี วิทยา สำเร็จ ผู้ฝึกสอน, สิบตำรวจตรี วีรภัทร สิริจริยาพร นักวิทยาศาสตร์การกีฬา และนักกีฬา 'บูม' กษิดิศ สำเร็จ, 'แซค' ฐานทัพ สุขสำราญ เดินทางออกจากประเทศเดนมาร์ก วันที่ 19 ก.ย.2564 ด้วยสายการบินลุฟท์ฮันซ่า เที่ยวบิน LH837 ไปยังท่าอากาศยานแฟรงก์เฟิร์ต เพื่อต่อเครื่องด้วยเที่ยวบิน LH772 มุ่งหน้ามายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยมีกำหนดถึงเวลาประมาณ 06.25 น. ของวันที่ 20 ก.ย.2564 ขณะที่ วิชยา, พลภูมิ และ 'สอง' ยุทธนา เจริญผล ได้เดินทางไปแข่งขันเทนนิสอาชีพต่อไป

8
Room Fiberry รูมไฟเบอรี่ ดีท็อกซ์ชนิดผงชงดื่ม ดื่มง่าย ถ่ายคล่อง
 

สุขภาพดีเริ่มต้นที่.. " การขับถ่าย "ROOM FIBERRY (รูม ไฟเบอร์รี่)ตัวช่วยของคนรักสุขภาพ เติมเต็มส่วนที่ขาด กำจัดส่วนเกินกินทุกวันแต่ไม่ขับถ่ายทุกวัน ต้นเหตุของ "โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง"อาทิเช่น ท้องผูก ท้องเสีย มะเร็งลำไส้ใหญ่อ้วนลงพุง และโรคต่างๆ ที่เกี่ยวกับการดูดซึมของเสีย หรือสารพิษที่ไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ในร่างกายทำให้เซลล์ถูกทำลายจากสารอนุมูลอิสระต่างๆ
 
Room Fiberry (รูม ไฟเบอร์รี่) มีส่วนช่วยในการดีท็อกซ์ร่างกายมากถึง 5 ระบบ
- ระบบลำไส้
- ระบบตับ
- ระบบไต
- ระบบเลือด
- ระบบผิวหนัง
 
•รวบรวมสารสกัดจากผักผลไม้ถึง 36 ชนิด
• อุดมไปด้วยวิตามินและใยอาหารที่จำเป็นจากผักและผลไม้ 7 สี
• เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ 100%
• กวาดเศษปฏิกูลของเสียออกจากส่วนที่ติดค้างในลำไส้
• ดูดสารพิษและกลิ่นเน่าเหม็น
• ขับถ่ายตามเวลาภายใน 8-12 ชั่วโมง
• ช่วยให้ผิวพรรณสดใสมากขึ้น
• ช่วยให้ร่างกานผ่อนคลายและหลับสบายยิ่งขึ้น
• รสชาติมิกซ์เบอร์รี่ หอม อร่อย ทานง่าย
 
Room Fiberry“ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค”“อ่านคำเตือนในฉลากก่อนบริโภค”“ควรกินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ”ผ่านการตรวจสอบจากองค์การอาหารและยา
 
ขึ้นทะเบียน เลขที่ 13-1-01760-3-0002
 
บรรจุ 1 กล่อง / 14 ซอง
วิธีรับประทาน ชงน้ำเย็น 50-100 ml/1 ซอง ดื่มก่อนนอน วันละ 1 ซอง
 ราคา  590 บาท

สนใจติดต่อสอบถาม/สั่งซื้อ
Tel. 0846623662
Line id : teerapat999

ข้อมูลเพิ่มเติม   http://porntaywa99.lnwshop.com/p/1233

 
#รูมไฟเบอรี่ดีท็อกซ์กระชับสัดส่วน#ROOMFIBERRY ดูแลผิวพรรณป้องกันความอ้วน##ดีท๊อก#ดีท๊อกลำไส้ #ดีท๊อกของเสีย #วิตามิน #เพื่อสุขภาพที่ดี #ลดพุง #ถ่ายคล่อง #สินค้าดี

9
เพนดูลั่มลูกดิ่งพลังจิต พร้อมคู่มือ 399 บาท

ประโยชน์ของเพนดูลั่ม
ใช้สื่อสารกับเทพ เทวดาและถามในสิ่งที่เราไม่รู้ ใช้สำหรับตรวจประเมินสุขภาพ ใช้เลือกสิ่งที่เหมาะกับตัวเรา ตรวจฮวงจุ้ย ตรวจเช็คพลัง วัตถุมงคล ตรวจหาของหาย ใช้ทำน้ำมนต์ ใช้ดึงพลังเข้าตัว
การตรวจเช็คพุทธคุณ พลังจากพระเครื่อง วัตถุมงคล ของทนสิทธิ์ ต่าง ๆ
โดยปกติจะทำได้เฉพาะผู้ทรงญาณสมาบัติ แต่วิธีง่าย ๆ โดยผู้ที่มีสมาธิเ้พียงขณิกสมาธิ (แนะนำให้ได้ถึงอุปจารสมาธิ) ก็สามารถทำได้ โดยการใช้เพนดูลั่มเป็นตัวตรวจเช็ค ซึ่งจะมีความถุูกต้องประมาณ 80-90 % โดยผู้ที่ตรวจจะต้อง
1. วางอุเบกขา ให้ได้ ไม่คิดไปก่อน หรือบังคับให้เพนดูลั่ม ทำตามสิ่งที่คิด
2. ต้องมีพื้นฐานความรู้เรื่องวัตถุมงคล เล็กน้อย เช่น รู้ว่า พระเครื่อง วัตถุมงคล จะมีความเด่น ด้านใดบ้าง ซึ่งก็จะมี เด่นด้าน
- เมตตามหานิยม คนรักคนชอบ เข้าหาลูกค้า เข้าหาเจ้านาย
- แคล้วคลาดปลอดภัย
- คงกระพันชาตรี
- มหาอุต ปืนแตก
- มหาลาภ เกี่ยวกับด้านโชค ลาภ
- ป้องกันคุณไสย
- กันสะท้อน คือป้องกันคุณไสย แล้วยังสะท้อนกลับไปยังผู้ที่ปล่อยคุณไสยนั้น โดยแรงสะท้อนกลับก็จะขึ้นกับผู้ที่ใส่วัตถุมงคลนั้น ๆ เช่น ผู้ที่ทรงศีลบริสุทธิ์แรงสะท้อนก็จะมากกว่ากว่าคนที่ศีลขาด คนที่มีศีล 8 ก็จะมากกว่า คนมีศีล 5 ....
- ทำน้ำมนต์ คือวัตถุมงคลนั้น ๆ สามารถนำไปทำน้ำมนต์รักษาโรค ได้
- อื่น ๆ
สำหรับวิธีการใช้เพนดูลั่มในการตรวจเช็ควัตถุมงคล
1. นำวัตถุมงคล พระเครื่อง เครื่องราง ของทนสิทธิ์ นั้น ๆ วาง ไว้บนพื้นโต๊ะ หรือบนภาชนะที่สูงกว่าพื้นธรรมดา หากอาจใช้หนังสือ ผ้ามารองก่อนว่า เพื่อมิให้เป็นการปรามาส
2. ขอขมาพระรัตนตรัย ก่อน เพื่อบอกกล่าว ว่าการตรวจเช็คนี้ไม่ได้มีเจตนาที่จะปรามาส แต่เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ เพื่อเป็นการเพิ่มความมั่นใจว่าวัตถุมงคลชิ้นนี้ได้ผ่านการปลุกเสก หรือพุทธาภิเศก มาแล้ว (วิธีการนี้ก็จะสามารถตรวจดูพระปลอม ที่เขาทำปลอม หรือทำเกินจำนวนแล้วไม่ได้เข้าพิธี แต่ก็มีบางกรณีที่มวลสารในการสร้างพระเป็นมวลสารที่มีความศักดิ์สิทธิ์อยู่แล้ว ในกรณีนี้ก็ต้องยิ่งคำถามที่แตกประเด็นออกไป)
3. ใช้เพนดูลั่ม จ่อเหนือวัตถุมงคลนั้น ๆ ให้ห่างจากวัตถุมงคลประมาณ 1 น้ิว เป็นอย่างน้อย เพื่อป้องกันการกระทบด้วยแรงแหว่งซึ่งมาจากวัตถุมงคลนั้น ๆ
4. ดูทิศทางของแรงแหว่งที่ออกมาจากวัตถุมงคลนั้น ๆ ว่าไปตามทิศทางใดบาง ซึ่งต้องใช้ประสบการณ์ โดยทั่วไปถ้าพุทธคุณรอบด้าน จะทำให้เพนดูลั่มหมุนเป็นวงกลม ถ้าแรงแหว่งมีมากก็แสดงว่ามีพุทธคุณมากตาม บางองค์ แทบจะทำให้เพนดูลั่มหลุ่ดจากมือ
5. ตั้งคำถาม ถามเพนดูลั่ม ไปที่ละข้อ ตามความเด่นของวัตถุมงคล เช่น พระองค์นี้เด่นด้านมหาลาภ ด้านคงกระพันชาตรี ... ไปเรื่อย ๆ จนครบ แล้วก็จะทราบว่าพระองค์นี้เด่นด้าน....ครบทุกด้านหรือไม่
การใช้เพนดูลั่มตรวจพลังนี้สามารถตรวจพลังของหิน ได้ จึงเป็นที่นิยมของนักสะสมหิน จะมีเพนดูลั่มในการตรวจพลังหินไว้ติดตัว

ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สั่งซื้อบูชา ทักแชทได้เลยหรือติดต่อได้ที่

โทร. 0846623662
id line : teerapat999

ลาซาด้า
https://www.lazada.co.th/.../-i1134792176-s2626624357...

10


บล.เอเซียพลัส เชื่อปัญหา "เอเวอร์แกรนด์" ยักษ์ใหญ่อสังหาฯจีน เชื่อไม่ซ้ำรอยวิกฤตซับไพร์ม กระทบตลาดหุ้นไทยแค่วงจำกัด มั่นใจไม่กระทบภาคอสังหาฯ ไทย เหตุฐานเงินแกร่ง อีกทั้งผู้ประกอบการส่วนใหญ่ ชะลอลงทุน บิ๊กอสังหาฯ เผยกรณี เอเวอร์แกรนด์ เกิดกับอสังหาฯไทยยาก เพราะแบงก์คุมเข้ม ส่งผลให้ฐานะการเงินบริษัทอสังหาฯแน่นปึ๊ก

กระแสข่าว เกี่ยวกับปัญหาของยักษ์อสังหาริมทรัพย์ “ไชน่าเอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป (China Evergrande Group) หรือ เอเวอร์แกรนด์ ที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว แต่ด้วยขนาดของบริษัท "ใหญ่เกินกว่าที่จะล้ม" ทว่าวันนี้ชะตากรรมของ เอเวอร์แกรนด์ฯ บริษัทธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเคยใหญ่เป็นอันดับ 2 ของจีนกำลังทำให้ผู้ประกอบการประเภทเดียวกันและธนาคารเจ้าหนี้ทั้งหลายหายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อบริษัทได้ออกคำเตือนว่าไม่สามารถจะแบกรับภาระหนี้ก้อนมหาศาลได้
เพราะตัวเลขหนี้สินของกลุ่มเอเวอร์แกรนด์ รวมแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการกู้อย่างหนักในช่วงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในจีนเฟื่องฟูก่อนเริ่มภาวะฟองสบู่ซ้ำเติมด้วยการระบาดของโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อระบบเศรษฐกิจของจีน เช่นกัน เพราะหากบริษัทมีอันเป็นไป ไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ เงินที่วางไว้อาจ สูญเปล่า ความเสียหายเพราะหนี้สินก้อนใหญ่จะส่งผลกระทบต่อวงการธนาคารและสถาบันการเงินทั่วโลก ซึ่งมีความสัมพันธ์ ทางธุรกิจกับ เอเวอร์แกรนด์ 

กลุ่ม เอเวอร์แกรนด์ฯ ก่อตั้งเมื่อปี 1997 โดย Hui Ka Yan หรือ Jiayin ในภาษาจีนกลางซึ่งได้กลายเป็นมหาเศรษฐีระดับพันล้าน อันเป็นผลมาจากการเปิดประเทศจีนเพื่อรับการลงทุนจากต่างประเทศ นำไปสู่การขยายตัวของเมืองและงานก่อสร้าง

ในปีที่ผ่านมา Hui ถูกประเมินโดยนิตยสาร Forbes ว่าเป็นบุคคลมั่งคั่งอันดับ 3 ในประเทศจีน หลังจากนั้นความร่ำรวยก็ลดลงอย่างมากพร้อมกับภาระทางการเงิน การตกต่ำของบริษัทและราคาหุ้นอันเป็นผลจากความล้มเหลวในการดำรงสภาพคล่อง

ทั้งนี้ กลุ่มเอเวอร์แกรนด์มีสำนักงานในฮ่องกงและเซินเจิ้น และได้ทำงานสำเร็จมากกว่า 900 โครงการ ซึ่งมีทั้งอาคารพาณิชย์ ที่อยู่อาศัย โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ มีการว่าจ้างพนักงานมากกว่า 2 แสนคน นับว่าเป็นบริษัทที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก และ หลังจากประสบความสำเร็จ เอเวอร์แกรนด์ ได้ขยายกิจการไปสู่ภาคอื่นๆของเศรษฐกิจในโมงยามที่เศรษฐกิจจีนเฟื่องฟู เช่น ธุรกิจอาหาร บันเทิงและสันทนาการ เป็นเจ้าของสโมสรฟุต.กวางโจวอีกด้วย โมงยามที่เศรษฐกิจจีนเฟื่องฟู

อย่างไรก็ดี เมื่อเศรษฐกิจชะลอตัว รัฐบาลจีนเริ่มควบคุมด้วยมาตรการเข้มการสร้างหนี้ การกู้ยืมอย่างมากของกลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ในเดือนสิงหาคม 2020 ส่งผลกระทบต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ ***เอเวอร์แกรนด์ ต้องพยายามรักษาสภาพคล่องด้วยการขายสินทรัพย์ออกไปในราคาต่ำกว่าตลาด *** พร้อมส่วนลดมากมายเพื่อไม่ให้หนี้ทับถมมากเกินไป

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ได้หยุดการซื้อขายพันธบัตรของ เอเวอร์แกรนด์ ในล็อตของเดือนพฤษภาคม 2023 หลังจากราคาตกไป กว่า 30 เปอร์เซ็นต์ และบริษัทได้แจ้งต่อตลาดหุ้นฮ่องกงว่าได้ว่าจ้างกลุ่มที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อประเมินสภาพคล่องและหาทางออกอย่างอื่นให้เร็วที่สุด แต่ก็ยังเตือนว่าไม่มีการรับประกันว่าความพยายามที่จะกอบกู้สถานการณ์ที่เป็นอยู่จะประสบความสำเร็จ และสถานการณ์ยิ่งดูเลวร้ายลง เอเวอร์แกรนด์ยอมรับวันอังคารที่ผ่านมาว่า ความพยายามที่จะขายอาคารสำนักงานของบริษัทในฮ่องกง ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาดใหญ่ในพื้นที่ธุรกิจสำคัญบนเกาะฮ่องกง ยังไม่สำเร็จผลภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้

ขณะเดียวกัน ก็มีคนเดินขบวนประท้วงหน้าสำนักงานของบริษัทต่อเนื่องหลายวันเพราะอยากรู้สถานสถานการณ์ที่แท้จริงว่าเป็นอย่างไร จะรอดหรือไม่ เพราะมีทั้งเจ้าหนี้หลายราย และลูกค้า 1.5 ล้านคนที่ได้วางเงินดาวน์เพื่อซื้อโครงการของบริษัทที่ยังไม่เริ่มก่อสร้าง เพราะหากบริษัทไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ เงินที่วางไว้อาจสูญเปล่า

นักวิเคราะห์มองว่า  กลุ่ม เอเวอร์แกรนด์ จะรอดจากวิกฤตนี้ได้ก็ด้วย ความช่วยเหลือจากรัฐบาลจีนเท่านั้น เพราะเป็นภาระหนัก แต่ที่ผ่านมายังไม่มีสัญญาณว่าจะมีความช่วยเหลือจากรัฐบาล และยังไม่แน่นอนว่า เอเวอร์แกรนด์ฯ จะไม่มีใครเข้ามาอุ้ม เพราะ ถ้าเอเวอร์แกรนด์ ล้มละลาย จะเป็นการทดสอบความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจของจีนว่าจะรองรับผลกระทบได้หรือไม่ หลังจากไม่มีวิกฤตระดับ เช่นนี้หลายปีแล้ว

ขณะที่ สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ผู้บริหาร 6 คนของเอเวอร์แกรนด์ ไถ่ถอนหุ้นของบริษัทล่วงหน้าก่อนที่บริษัทจะออกมาบอกว่าอาจผิดนัดชำระหนี้เป็นการไถ่ถอนผลิตภัณฑ์ลงทุนของบริษัท 12 ผลิตภัณฑ์ แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียด ซึ่งจากกรณีดังกล่าว บริษัทได้พิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจัง และยังเรียกร้องให้คืนเงินทั้งหมดที่ผู้บริหารทั้ง 6 คนไถ่ถอนไปล่วงหน้าภายในระยะเวลาที่กำหนดและอาจมีการลงโทษขั้นร้ายแรง

ด้าน South China Morning Post รายงานว่า โจเซฟ หลอ ผู้ก่อตั้งบริษัทอสังหาริมทรัพย์ Chinese Estates Holdings Limited และภรรยา ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของสวีเจียยิ่นผู้ก่อตั้งเอเวอร์แกรนด์ ขายหุ้นของเอเวอร์แกรนด์ 138 ล้านหุ้นหลายครั้งในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา รวมเป็นเงิน 64 ล้านเหรียญสหรัฐ อีกทั้งลดสัดส่วนการถือหุ้นใน เอเวอร์แกรนด์เหลือ 7.96% หลังจากราคาหุ้นและมูลค่าบริษัทในตลาดของเอเวอร์แกรนด์ร่วงถึง 85% เช่นเดียวกับ เซี่ยไห่จวิน ซึ่งเป็นรองประธานและซีอีโอของเอเวอร์แกรนด์ตั้งแต่ปี 2014 ได้ขายหุ้นในบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าและบริษัทบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ในเครือเอเวอร์แกรนด์ รวมมูลค่า 115.6 ล้านเหรียญฮ่องกงเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา

ล่าสุด ธนาคารกลางจีน ( PBOC) ได้เพิ่มเงินทุน 9 หมื่นล้านหยวน (14 พันล้านดอลลาร์) บนพื้นฐานสุทธิผ่านข้อตกลงการซื้อคืนย้อนหลัง 7 วันและ 14 วันในวันศุกร์ ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ และนี่เป็นครั้งแรกในเดือนนี้ที่เพิ่มสภาพคล่องระยะสั้นมากกว่าหนึ่งหมื่นล้านหยวนเข้าสู่ระบบธนาคารในวันเดียว เนื่องจากปัญหาหนี้ที่ เอเวอร์แกรนด์ เผชิญอยู่ทำให้เกิดความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์และสินเชื่อ ซึ่งมีความต้องการเงินสดที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาลเนื่องจากธนาคารลังเลที่จะปล่อยกู้ในช่วงสิ้นไตรมาสก่อนการตรวจสอบด้านกฎระเบียบ สภาพคล่องมีแนวโน้มลดลงในช่วงเวลานี้ของปี ก่อนวันหยุดยาวหนึ่งสัปดาห์ในช่วงต้นเดือนตุลาคม

กูรู ประเมินกระทบตลาดหุ้นไทยน้อย

บริษัทหลักทรัพย์เอเซียพลัส หรือ ASPS เปิดเผยว่าจากกระแสความกังวลหลังจาก เอเวอร์แกรนด์ บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์อันดับ 2 ของจีน มีความเสี่ยงจะผิดชำระหนี้ เนื่องจากมีหนี้สินถึง 3.56 แสนล้านเหรียญฯ ถือเป็นเอกชนที่มีหนี้สินมากที่สุดในโลก โดยปัญหาของเอเวอร์แกรนด์ฯ เกิดจากการ Over Investment ขยายไปลงทุนในหลายกิจการและ เกิดปัญหาสภาพคล่อง ทำให้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ เห็นได้จากค่าใช้จ่ายอัตราดอกเบี้ยต่อปี ในปี 59 -61 อยู่ราว 5-7 พันล้านเหรียญ และขยับขึ้นเป็น 1.7 หมื่นล้านเหรียญในปี 62 และพิจารณา DEBT/Equity สูงราว 205 เท่า

โดย เอเวอร์แกรนด์ ก่อตั้งขึ้นในปี 2539 และจดทะเบียนในฮ่องกงในปี52 โครงสร้างธุรกิจหลักๆ คือ Developerอสังหาริมทรัพย์ แต่มีการขยายไปในหลายธุรกิจ อาทิ รถยนต์ไฟฟ้า (Evergrande New Energy Auto) ธุรกิจอินเทอร์เน็ตและสื่อ(HengTen Networks) สโมสรฟุต. (Guangzhou FC) ธุรกิจน้ำแร่ อาหาร (Evergrande Spring)

ไม่ซ้ำรอยซับไพร์ม-ไม่กระทบอสังหาฯ

อย่างไรก็ดี จาการสรุปผลกระทบ ฝ่ายวิจัย ASPS ประเมินว่า จะไม่เหมือนวิกฤตสินเชื่อ Subprimeในสหรัฐเมื่อปี 61 เพราะปัญหาเอเวอร์แกรนด์ เป็นปัญหาเฉพาะตัว การชำระหนี้เฉพาะเจาะจงไปที่เจ้าหนี้ คาดรัฐบาลจีนจะออกมาตรการช่วยเหลือ แตกต่างกับวิกฤต Subprime ในสหรัฐ ที่กระทบเป็นวงกว้างทั่วโลก 
ส่วนผลกระทบภาคอสังหาฯ ประเมินว่าไม่กระทบอย่างมีนัย เนื่องจากประการแรก Developer ในไทยส่วนใหญ่ในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 61 ชะลอลงทุน สะท้อนจากแนวโน้มการเปิดตัวโครงการใหม่ที่ลดลงมา เนื่องจาก มีมาตรการ LTV ของ ธปท. ,สงครามการค้าสหรัฐ จีนและปี 63 เผชิญกับ Covid และอีกประการคือฐานะการเงินของบริษัท Property ในไทย ในปัจจุบัน แข็งแกร่ง สะท้อนจาก Net gearing ของกลุ่มอุตสาหกรรม property 5 ปี ย้อนหลังที่ผ่านมาอยู่ไม่เกิน 1 เท่า ล่าสุด 2Q64 อยู่ที่ 1.0 เท่า เทียบกับตอนปี 40 ต้มยำกุ้ง Net gearing สูงราว 10 เท่า ดังนั้นโดยสรุปฝ่ายวิจัย ASPS ประเมินว่า ผลกระทบจากปัญหาเอเวอร์แกรนด์คาดจะไม่ขยายวงกว้าง และกระทบต่อตลาดหุ้นไทยในวงจำกัด

อสังหาฯ ไทยฐานเงินแกร่ง โครงสร้างแตกต่าง

นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI  กล่าวว่า ภาพรวมกรณีบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่เอเวอร์แกรนด์ ของจีนมีความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ มองว่า โครงสร้างอสังหาฯ ไทยและจีนต่างกัน ดังนั้นภาวะหนี้ภาคอสังหาฯ ที่สูงระดับนั้นเกิดขึ้นได้ยาก โดย เรื่องนี้ต้องให้เครดิตธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย ที่เรียนรู้วิกฤตมาหลายรอบ สามารถดูแลภาวะหนี้อสังหาฯในไทย ไม่ให้สูงมากอยู่แล้ว นอกจากนี้ ภาคอสังหาฯ เมืองไทยยังมีความแข็งแกร่งทางการเงินมากพอ

" หากว่ากรณีดังกล่าวมีเหตุให้เกี่ยวข้องกระทบกับแบงก์ ก็อาจทำให้ต้องเข้มงวดเรื่องการปล่อยสินเชื่อมากขึ้นได้ แต่มองว่ากรณีนี้ไม่น่าจะเกี่ยวกับไทย" นายไตรเตชะ กล่าว

อย่างไรก็ดี มองว่าในระยะสั้นอาจกระทบกำลังซื้อของลูกค้าชาวจีนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวลงในระยะสั้น เพราะนักลงทุนอาจกังวลว่าจะเกิดเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวในประเทศไทย เหมือนกับในจีน แต่หากพิจารณาการซื้ออสังหาฯ ในไทยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง (เรียลดีมานด์) ในส่วนของแนวราบ ส่วนคอนโดมิเนียมอาจมีซื้อเพื่อเก็งกำไรบ้างแต่ชะลอตัวลง

ขณะที่ภาพรวมของอัตราดอกเบี้ยของไทยอยู่ในเกณฑ์ต่ำ การเก็งกำไรอสังหาฯ น้อย ส่วนการปล่อยสินเชื่อของธนาคารสามารถควบคุมและจัดการได้ดี ทำให้ความผันผวนเรื่องภาวะหนี้จำนวนมากแบบกรณีดังกล่าว จึงเกิดขึ้นได้น้อยมาก

จากเรื่องราวเอเวอร์แกรนด์ นักลงทุนและหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง คงจับตามองทางออกและการแก้ไขกันอีกยาว ขณะที่ในภาคส่วนของอสังหาฯไทยนั้น ล่าสุด มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2564 เห็นชอบมาตรการดึงดูดชาวต่างชาติที่มีความมั่งคั่ง 4 กลุ่ม เข้ามาพักอาศัยระยะยาวในเมืองไทย ตั้งเป้า 1 ล้านคน โดยมอบหมาย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมในการบังคับใช้ภายในต้นปี 2565 นับเป็นข่าวดีของวงการอสังหาริมทรัพย์เพราะเป็นการเพิ่มตัวช่วยกำลังซื้อจากลูกค้าต่างชาติโดยตรง

ทั้งนี้ จากตัวเลขครึ่งปีแรก 2564 ของธุรกิจอสังหาฯ พบว่ามีซัพพลาย 329,429 หน่วย มูลค่า 1,277,954 ล้านบาท เหลือขาย 283,491 หน่วย ส่วนมากกระจุกอยู่ใน กทม.-ปริมณฑล 59% หรือ 194,779 หน่วย เหลือขาย 165,003 หน่วย มูลค่า 826,809 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นอาคารชุด 79,792 หน่วย คิดเป็น 41.0% บ้านจัดสรร 114,987 หน่วย คิดเป็น 59.0% ขณะที่ดีมานด์อสังหาฯยังมีอยู่ตลอดเวลา และผู้ประกอบการมีการลงทุนใหม่เพิ่ม แม้จะมีปัญหาสำคัญที่สุด คือ แบงก์เข้มงวดการให้สินเชื่อซื้อบ้าน-คอนโดฯ ส่งผลให้แม้จะมียอดขายแต่ไม่สามารถโอนได้ นั่นจึงเป็นเสมือนการันตีอย่างหนึ่งว่าการเข้มงวดปล่อยสินเชื่อของแบงก์ ทำให้ธุรกิจอสังหาฯไทยถือว่ายังคงแข็งแกร่งและเชื่อว่าจากเหตุการณ์ดังกล่าว กลับยิ่งจะทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาฯ รวมถึงแบงก์พาณิชย์จะระมัดระวังในการประกอบธุรกิจมากยิ่งขึ้น

11
ใคร ๆ ก็ไม่รัก ไปไหนมีแต่คนไม่ชอบหน้า ขาดเสน่ห์ ไม่มั่นใจ

น้ำมันว่านดอกทองใส่ตะกรุดนะอกแตก แค่ท่องคาถา
เจิมที่หน้าผากตัวเรา บังเกิดออร่าน่าจับตามอง
สายพุทธคุณ คุณพระ คุณว่าน ไม่เข้าตัว ไม่มีข้อห้าม ใช้ด้วยศรัทธา
น้ำมันว่านดอกทองใส่ตะกรุดนะอกแตกให้ทุกขวด ขวดละ 399 บาท
ตามตำราโบราณระบุว่าว่านดอกทองมีอำนาจทางเพศรุนแรง คนสมัยก่อนจึงนิยมเก็บดอกของว่านดอกทองไว้หุงกับน้ำมันจันทน์ ใช้น้ำมันว่านทาที่ตัว หรือใช้สีผึ้งทาปาก เมื่อถึงคราวจะต้องไปพบปะผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้คนต่างๆ หรือหนุ่มสาว พอได้กลิ่นว่านในน้ำมันหรือสีผึ้ง มักจะมีอาการใจอ่อนเคลิบเคลิ้มคล้อยตามได้ง่าย ชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้ สะกดจิตสะกดใจต่อผู้เจรจาด้วยยิ่งนัก ใครเห็นใครรักใครหลง ว่านดอกทองหรือว่านราคะ เป็นเมตตามหาเสน่ห์ มหานิยม มหาละลวย ลุ่มหลงงวยงง ทำให้คนรักคนหลง ทั้งยังช่วยให้มีโชคลาภ
ตะกรุดนะอกแตก เป็นมหาเสน่ห์ เมตตามหานิยม มหาละลวย แก่มนุษย์ทั้งหญิงชายทั้งหลาย
คาถากำกับ
โอมละลวยมหาละลวย หลงกันจนงงงวย จะภะกะสะภะคินี อาคัจฉายะ
อาคัจฉาหิ นะโมพุทธายะ
นะมะพะทะ นะมะพะทะ นะมะพะทะ
(ท่องเก้าจบ แล้วอธิษฐาน)
ใช้เจิมตามซอกคอ ตามตัว ทาที่คิ้ว เจิมที่หน้าผาก พกติดตัว
ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สั่งซื้อบูชา ทักแชทได้เลยหรือติดต่อได้ที่
โทร. 0846623662
id line : teerapat999

เวปไซด์ http://porntaywa99.lnwshop.com/p/34

ลาซาด้า
https://www.lazada.co.th/.../-i1867850932-s5770096982...

shopee https://shopee.co.th/%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%A1...

12


ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตูของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ระบายความในใจออกสื่อหลังกลายเป็นฮีโร่เซฟจุดโทษท้ายเกม ก่อนช่วยให้ต้นสังกัด เฉือนชนะ เวสต์ แฮม ยูไนเต็ด หวุดหวิด 2-1 ศึก พรีเมียร์ ลีก เมื่อคืนวันที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ เจสซี ลินการ์ด ช่วยกันยิงประตูให้ 'ผีแดง' เป็นฝ่ายนำ 2-1 ก่อนที่ท้ายเกม ลุค ชอว์ จะพลาดทำแฮนด์.จนทีมเสียจุดโทษ แต่ เด เคอา ก็กอบกู้สถานการณ์เซฟลูกสังหารของ มาร์ค โนเบิล ชนิดที่กองเชียร์ เรด เดวิลส์ เฮลั่น

หลังเป็นพระเอกช่วยให้ทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ได้ 3 แต้มสำคัญ นายด่านชาวสแปนิช เผยความรู้สึกว่า 'ผมเห็น เดแคลน ไรซ์ มากับ. ก็คิดว่าเขาน่าจะเป็นคนยิง แต่พอเห็นเห็น มาร์ค โนเบิล ในช่วงนาทีสุดท้าย ผมต้องเซฟให้ได้'

'สิ่งที่ผมท่องในหัวก็คือต้องเซฟ เซฟประตู เซฟจุดโทษ ช่วยทีมคว้าชัยชนะให้ได้ เพราะมันยากเสมอเวลาเผชิญหน้ากับ เวสต์ แฮม และเราก็มีความสุขมากๆ กับผลการแข่งขันที่ออกมา'

'พวกเขาเปลี่ยนเอา โนเบิล ลงมา มันทำให้เกิดความวิตกนิดหน่อย แต่สุดท้าย ผมก็เซฟประตูนั้นได้ เราได้ 3 แต้ม เป็น 3 แต้มที่ยิ่งใหญ่ของเรา ผมมีความสุขมากๆ'

หน้า: [1] 2 3 ... 171